พอดีได้มีโอกาสมาอ่านงานเขียนของ OSHO ที่เขียนเรื่องเต๋าทำให้ผมเองนั้นได้รู้จักกับคำว่า นิทานคติ ในหนังสือเล่มนี้บอกผมว่า นิทานคติ ใช้สอนหรือบอกองค์ความรู้ ที่ในโลกนี้ไม่มีคำพูดหรือศัพท์มาแทนได้ โอ้อ่านแค่นี้แล้วถึงกับนึกไปก่อนว่าจริงหรอ! แต่สุดท้ายพออ่านจบแล้วก็รู้ว่าจริงแฮะ ความรู้แบบนี้ถ้าไม่มีนิทานมานำเสนอ จะเอาคำพูดอะไรไปพูดเนี่ยลองดูนิทานซักสองเรื่องที่ผมจะยกออกมาจากหนังสือแล้วกันนะครับ
เรื่่องแรกหมาป่ากับกระต่าย
ในป่าแห่งหนึ่งมีหมาป่ากับกระต่ายเป็นเพื่อนกันอยู่มาวันหนึ่งหมาป่าหิวมากๆเลยชวนกระต่ายเข้าเมืองไปทานอาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งในขณะนั้นหมาป่านั้นหิวมากๆ อยากจะกินอาหารมากๆ พอไปถึงร้านอาหารนั้น หมาป่าก็ทำการเริ่มอ่านเมนูก็เห็นเมนูนั้นเมนูนี้ก็นึกภาพตาม เช่นเห็นปูผัดผงกระหรี่ ก็นึกว่าโหมันช่างอร่อยเหลือเกินนะเนี่ย แต่อย่าพึ่งลืมนะหมาป่าตัวนี้ยังไม่เคยกินปูผัดผงกระหรี่เลย แค่อ่านเมนูก็สามารถอนุมานไปได้แล้วว่าอร่อยขนาดไหน
ต่อมาระหว่างอ่านเมนูอยู่นั้นหมาป่ามีโอกาสได้เห็นปูผัดผงกระหรี่ที่โต๊ะข้างๆสั่งมา คนเสริฟก็ถือปูผัดผงกระหรี่เดินผ่านหมาป่า โหยคราวนี้เจ้าหมาป่าเห็นจังๆเลยว่าปูผัดผงกระหรี่เป็นแบบนี้มันช่างน่ากินเหลือเกิน แต่ก็อย่าลืมนะครับหมาป่าตัวนี้ยังไม่เคยกินปูผัดผงกระหรี่เลย ก็แค่เห็นปูผัดผงกระหรี่แบบจริงๆอยู่โต๊ะข้างๆนี้เอง
สรุปเห็นไม่ครับว่าคนบางคนทั้งชีวิตมีโอกาสแค่อ่านเมนูเท่านั้น แล้วก็คิดไปว่าดีแบบนั้นดีแบบนู้น บางคนมีโอกาสดีหน่อย ได้เห็นคนใกล้ๆตัวปฏิบัติ ก็รู้สึกว่าดีจริงๆเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คนพวกนี้ไม่เคยได้มีความรู้สึกหรือรู้จริงๆเลยว่า ปูผัดผงกระหรี่จริงๆๆนั้นรสชาติเป็นอย่างไรจนกว่าเค้าจะได้กินปูผัดผงกระหรี่นั้นเอง
(เรื่องนี้ถ้าใครเรียนรู้ศาสนาพุทธมาบ้างจะรู้เลยว่าศาสนาพุืทธนั้นเป็นศาสนาแห่งการปฏิบัติ ไม่สามรถเข้าใจได้จากการอ่านหนังสือหรือเห็นว่าคนคนนั้นทำสำเร็จหรือว่าเ้ข้าใจแล้วมาบอกว่า มันเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้ ทั้งหมดนี้ผู้ศึกษาจำเป็นที่่จะต้องปฏิบัติเองเพื่อที่จะเข้าใจธรรมชาิติด้วยตัวเองเท่านั้น)
เรื่องที่สองคนทำเกวียนกับท่านอ๋อง
ในขณะที่ท่านอ๋องได้นั่งอ่านหนังสือปรัชญาคำสอนของบุคคลที่ล่วงลับไปแล้วแต่มีชื่อเสียงในอดีตอย่างเช่นขงจื้อ อยู่ใกล้ๆกับช่างทำล้อเกวียนคนหนึ่ง ทันใดนั้นช่างทำล้อเกวียนคนนี้ได้เดินไปบอกท่านอ๋องว่า ท่านอ๋อง ท่านอ่านหนังสือของคนแก่ที่ตายไปแ้่ล้วทำไม มันไม่มีประโยชน์เลยที่ท่านจะไปอ่าน ทั้งหมดนั้นมันเป็นแค่คำพูดของคนที่ตายไปแล้วเท่านั้นเอง ท่านอ๋องโกรธมากๆ ถามคนทำล้อเกวียนว่า นี่เจ้าไม่รู้จักหรอขงจื้อ คำสอนของเค้าเป็นประโยชน์มากๆ
คนทำล้อเกวียนพูดสวนขึ้นมาว่าท่านรู้มั้ยเข้าทำล้อเกวียนมาตั้ง 50 ปี ถ้าเข้าขันแน่นเกินไปล้อก็จะฝืดลากยาก ถ้าเข้าขันหลวมเกินไปล้อนั้นก็มีโอกาสหลุดได้ สิ่งที่เข้าพเจ้าทำมาตลอดก็คือการทำให้มันพอดี พอดี แล้วไอ้คำว่าพอดี พอดี นี้เข้าก็ไม่สามารถสอน ลูกข้าได้ ลูกเข้าต้องเขียนรู้เอง เข้าไม่สามารถพูดว่า ทำให้พอดี พอดี แล้วลูกข้าก็จะเข้าใจ สิ่งที่เค้าต้องทำจนกว่าจะเข้าใจว่าพอดี พอดี นั้นเค้าต้องลองผิดลองถูก ทำแล้วทำอีก จนเข้าใจด้วยตัวเขาเอง ซึ่งจะเห็นว่าสิ่งที่อ่านอ๋องอ่าน นั้นท่านอ๋องคิดว่าจะเข้าใจได้อย่างไรคำว่าพอดี พอดี
สรุปการเรียนรู้ของคนเรานั้นไม่สามารถที่จะเข้าใจอะไรได้อย่างท่องแท้ผ่านการอ่านหรือการรับฟังสิ่งที่เค้าผู้นั้นจะเข้าใจได้คือเค้าผู้นั้นต้องลงมือทำด้วยตัวเขาเอง